กิตติศักดิ์ สุขVIEW PROFILE →
มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 ชูธีมปัญญาประดิษฐ์ เปิด 15 ถึง 23 สิงหาคม ที่เมืองทองธานี
กระทรวง อว. จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 ระหว่างวันที่ 15 ถึง 23 สิงหาคม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิดปัญญาประดิษฐ์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน พร้อมนิทรรศการ AI และความร่วมมือนานาชาติ
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกครั้ง เมื่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เตรียมจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 ที่รวบรวมนวัตกรรมและองค์ความรู้ล้ำสมัยไว้ในที่เดียว โดยปีนี้ให้ความสำคัญกับปัญญาประดิษฐ์เป็นพิเศษ
งานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก Intelligence in Science for a Sustainable Future หรือวิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน สะท้อนความตั้งใจที่จะเชื่อมโยงพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนสำหรับสังคมไทยในระยะยาว
วันเวลาและสถานที่จัดงาน
สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชม งานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 ถึง 23 สิงหาคม 2569 ณ อาคาร 9 ถึง 11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากได้อย่างสะดวก และเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยได้สัมผัสประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิด
หน่วยงานเจ้าภาพ
งานนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายหน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวง อว. องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. การผนึกกำลังของหน่วยงานเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะยกระดับความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของคนไทยให้ทันโลก
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ระบุว่างานครั้งนี้สะท้อนการนำพลังแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่ารัฐบาลมองวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า
ไฮไลต์ด้านปัญญาประดิษฐ์

หัวใจสำคัญของงานในปีนี้อยู่ที่นิทรรศการด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยมีนิทรรศการที่ชื่อว่า AI Revolution: The New Human Edge ซึ่งพาผู้ชมไปสำรวจศักยภาพของเอไอและบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ถือเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้คนไทยเข้าใจเทคโนโลยีนี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ Rare Earth: The invisible power ที่บอกเล่าเรื่องราวของแร่ธาตุหายากซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงกิจกรรม Coding และ AI Workshops ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ลงมือปฏิบัติจริง เพื่อเสริมทักษะด้านดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางของงานยังสอดคล้องกับนโยบาย AI for All ที่มุ่งให้ปัญญาประดิษฐ์เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ การวางแนวคิดเช่นนี้สะท้อนความพยายามที่จะลดช่องว่างทางเทคโนโลยีและกระจายโอกาสในการเรียนรู้ให้กว้างขวางมากขึ้นในสังคมไทย
ความร่วมมือระดับนานาชาติ
งานครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวถึงความร่วมมือจาก 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ที่เข้าร่วมงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามหกรรมนี้ได้กลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ที่มีมิติระดับภูมิภาคและนานาชาติอย่างแท้จริง
ในช่วงเวลาเดียวกันยังมีการจัดประชุมระดับนานาชาติควบคู่ไปด้วย ทั้งงาน INTEDIF 2026 และ ASPAC Conference 2026 โดยมี 30 หน่วยงาน จาก 20 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกเข้าร่วม การประชุมเหล่านี้ช่วยเสริมสถานะของไทยในฐานะจุดนัดพบของเครือข่ายด้านวิทยาศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ในภูมิภาค
ขยายสู่ภูมิภาค
เพื่อกระจายโอกาสให้ทั่วถึง งานยังขยายไปสู่ภูมิภาคผ่านกิจกรรมในต่างจังหวัด โดยนายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อพวช. ได้นำเสนอกิจกรรม Interactive Learning และ NSM Science Caravan ที่เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อให้เยาวชนนอกเมืองหลวงได้เข้าถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์เช่นกัน
กิจกรรมในระดับภูมิภาคยังจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ระหว่างวันที่ 18 ถึง 20 สิงหาคม โดยรวมแล้ว มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 จึงไม่เพียงจัดแสดงนวัตกรรมล้ำสมัย แต่ยังวางรากฐานให้คนไทยพร้อมรับมือกับยุคของปัญญาประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์





