avalw news
กิตติศักดิ์ สุขกิตติศักดิ์ สุขVIEW PROFILE →

ไมโครซอฟท์ทุ่มลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเอไอของไทย

tech2026-08-20 · 1 min read · 24 reads

ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ในประเทศไทยระหว่างปี 2026 ถึง 2028 พร้อมพัฒนาทักษะดิจิทัลให้คนไทยหลายล้านคน

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของการลงทุนด้านเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียน โดยล่าสุดยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างไมโครซอฟท์ได้ประกาศแผนการลงทุนครั้งสำคัญในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศได้อย่างมาก

การลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์

ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเอไอของไทย (ภาพประกอบ)
ไมโครซอฟท์ประกาศลงทุนกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และเอไอของไทย (ภาพประกอบ)

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ภายในประเทศไทย โดยการลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี 2026 ถึงปี 2028 ซึ่งครอบคลุมทั้งการสร้างโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว

การประกาศครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นภายหลังการหารือที่กรุงเทพมหานคร ระหว่างนายแบรด สมิธ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานและประธานของไมโครซอฟท์ กับนายกรัฐมนตรีของไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล การพบปะกันในครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย

สามเสาหลักของความร่วมมือ

การลงทุนของไมโครซอฟท์ในครั้งนี้ตั้งอยู่บนสามเสาหลักที่มีความสำคัญ เสาหลักแรกคือด้านเทคโนโลยี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างศูนย์ข้อมูลระดับโลกที่ได้มาตรฐานสูงสุด โดยให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานสีเขียวและการดูแลรักษาทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย

เสาหลักที่สองคือเรื่องของความไว้วางใจ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างรากฐานทางดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและสอดคล้องกับกรอบการกำกับดูแลของประเทศไทย ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมคือระบบวิเคราะห์กฎหมายที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม Azure OpenAI

การพัฒนาทักษะคนไทย

เสาหลักที่สามและมีความสำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องของบุคลากร โดยที่ผ่านมาในช่วงสองปี ไมโครซอฟท์ได้ช่วยให้ประชาชนชาวไทยกว่า 2 ล้านคนได้รับทักษะที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ไปแล้ว นับเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับกำลังคนของประเทศสำหรับยุคดิจิทัลที่กำลังมาถึง

ความพยายามในการพัฒนาทักษะนี้ยังขยายไปสู่ภาคการศึกษาอีกด้วย โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายกว่า 600,000 คนที่ได้รับประโยชน์ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับกระทรวงแรงงานเพื่อตั้งเป้าออกใบรับรองให้แก่แรงงานจำนวน 150,000 คน

เพื่อสนับสนุนให้การเรียนรู้เข้าถึงคนไทยได้อย่างกว้างขวาง ไมโครซอฟท์ยังได้จัดเตรียมหลักสูตรด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นภาษาไทยไว้มากกว่า 280 หลักสูตร นายแบรด สมิธ ได้กล่าวถึงความสำคัญของเรื่องนี้ว่า ยังมีช่องว่างที่ชัดเจนในการเข้าถึงเอไอระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา

พันธมิตรทางธุรกิจ

ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่นี้ ไมโครซอฟท์ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำของไทยหลายแห่ง พันธมิตรเหล่านี้ประกอบด้วยบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือที่รู้จักกันในชื่อเอไอเอส เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ตลอดจนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น

ภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย

การลงทุนของไมโครซอฟท์ถือเป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในไตรมาสแรกของปี 2026 ตลาดดิจิทัลของไทยมีมูลค่าสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศมีมากถึง 67.8 ล้านคน คิดเป็นอัตราการเข้าถึงร้อยละ 94.7

ในส่วนของตลาดปัญญาประดิษฐ์โดยเฉพาะ ก็มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสอย่างมากเช่นกัน โดยในปี 2024 ตลาดนี้มีมูลค่าอยู่ที่ 48,000 ล้านบาท และมีการคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 130,000 ล้านบาทภายในปี 2030 ที่น่าสนใจคือ ประชาชนชาวไทยถึงร้อยละ 76 มีการใช้งานเครื่องมือเอไอเป็นประจำทุกวัน

การลงทุนในศูนย์ข้อมูล

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสามารถดึงดูดการลงทุนในศูนย์ข้อมูลจากบริษัทต่างชาติอื่น ๆ ได้ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น บริษัทกาแล็กซี ซึ่งเป็นบริษัทจากประเทศเวียดนาม ได้ประกาศลงทุนมูลค่าสูงถึง 2 พันล้านดอลลาร์ในจังหวัดระยอง โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จในช่วงปี 2026 ถึง 2027

ตลาดศูนย์ข้อมูลของไทยโดยรวมก็มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและน่าจับตามอง โดยในปี 2025 ตลาดนี้มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.85 พันล้านดอลลาร์ และมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นไปแตะระดับ 4.31 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่สูงถึงร้อยละ 18.39

โดยสรุปแล้ว การลงทุนครั้งใหญ่ของไมโครซอฟท์ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สำคัญ ซึ่งช่วยตอกย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน การผสมผสานระหว่างการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากร จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาว

กิตติศักดิ์ สุข
WRITTEN BY THE AUTHOR
กิตติศักดิ์ สุข
2026-08-20 · 1 min read · 24 reads
View profile →
VERIFY THIS STORY
ASK AI
MORE FROM กิตติศักดิ์ สุข
Report this articlesupport@avalw.com