กิตติศักดิ์ สุขVIEW PROFILE →
ไทยไม่หยุดแค่ประกอบ: ก้าวสู่การผลิตเวเฟอร์และเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ
จากฐานประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร ไทยกำลังขยับขึ้นสู่การผลิตเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์แห่งแรกของประเทศ พร้อมระบบนิเวศผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์ ก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนตำแหน่งของไทยในห่วงโซ่ชิปโลก
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะฐานการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรพิมพ์รายใหญ่แห่งหนึ่งของเอเชีย แต่ในช่วงปี 2026 ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อไทยเริ่มขยับขึ้นสู่ส่วนที่ยากและมีมูลค่าสูงกว่าอย่างการผลิตเวเฟอร์และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ ซึ่งเป็นก้าวเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจเปลี่ยนตำแหน่งของประเทศในห่วงโซ่อุปทานชิปของโลก
จากการประกอบสู่การผลิตเวเฟอร์
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งในห่วงโซ่การผลิต ที่ผ่านมาไทยเชี่ยวชาญงานปลายน้ำอย่างการประกอบและทดสอบชิป รวมถึงการผลิตแผงวงจร ซึ่งใช้แรงงานจำนวนมากแต่มีมูลค่าเพิ่มต่อชิ้นไม่สูงนัก ขณะที่การผลิตเวเฟอร์หรืองานต้นน้ำนั้นต้องอาศัยเงินทุน เทคโนโลยี และความรู้เฉพาะทางมหาศาล แต่ก็ให้มูลค่าเพิ่มและความมั่นคงทางเทคโนโลยีที่สูงกว่ามาก การขยับขึ้นไปจึงเป็นเป้าหมายที่หลายประเทศต่างแย่งชิงกัน
โรงงานเวเฟอร์แห่งแรกของไทย
หมุดหมายที่ชัดเจนที่สุดคือโรงงานผลิตเวเฟอร์แห่งแรกของประเทศ ซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัท Hana Microelectronics กับกลุ่ม ปตท. ด้วยเงินลงทุนราว 1.15 หมื่นล้านบาท โรงงานแห่งนี้จะผลิตเวเฟอร์ซิลิคอนคาร์ไบด์ ซึ่งเป็นวัสดุเซมิคอนดักเตอร์ยุคใหม่ นับเป็นโรงงานเวเฟอร์แห่งแรกในไทยและถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรม โดยมีกำหนดเริ่มเดินสายการผลิตในปี 2027
ระบบนิเวศของผู้ผลิตอุปกรณ์
ควบคู่กันไป ระบบนิเวศของผู้ผลิตอุปกรณ์ก็กำลังก่อตัวขึ้นเช่นกัน คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ได้อนุมัติการลงทุนราว 1.05 หมื่นล้านบาทของบริษัทในเครือ FoxSemicon ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Foxconn เพื่อตั้งโรงงานสองแห่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรีและระยอง โรงงานจะผลิตชิ้นส่วนความแม่นยำสูงสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ เช่น แชมเบอร์และวาล์วความบริสุทธิ์สูง และจ้างงานกว่า 1,400 ตำแหน่ง
ทำไมซิลิคอนคาร์ไบด์จึงสำคัญ

คำถามที่หลายคนสงสัยคือทำไมต้องเป็นซิลิคอนคาร์ไบด์ คำตอบอยู่ที่คุณสมบัติของมัน วัสดุชนิดนี้ทนความร้อนและแรงดันไฟฟ้าได้ดีกว่าซิลิคอนทั่วไป จึงเหมาะอย่างยิ่งกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังในรถยนต์ไฟฟ้า ระบบชาร์จเร็ว และพลังงานหมุนเวียน เมื่อไทยตั้งเป้าเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียนอยู่แล้ว การมีห่วงโซ่การผลิต SiC ภายในประเทศจึงเสริมกันอย่างลงตัวและช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า
ความท้าทายที่ยังรออยู่
อย่างไรก็ตาม เส้นทางข้างหน้ายังไม่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด งานต้นน้ำต้องการวิศวกรและช่างเทคนิคที่มีทักษะสูงซึ่งไทยยังขาดแคลนอยู่มาก อีกทั้งยังต้องแข่งขันกับผู้เล่นที่แข็งแกร่งอย่างไต้หวันและเกาหลีใต้ที่นำหน้าไปหลายก้าว แต่ด้วยมาตรการส่งเสริมจาก BOI กระแสการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลก และฐานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เดิมที่แข็งแรง ไทยก็มีโอกาสจริงที่จะไต่ขึ้นไปอีกขั้นในอุตสาหกรรมชิป






