กิตติศักดิ์ สุขVIEW PROFILE →
ประเทศไทยสู่ศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอาเซียน: เม็ดเงินลงทุนมหาศาลในปี 2026
ด้วยการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์จากยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่างกูเกิล ไมโครซอฟท์ และอเมซอน ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์และเอไอแห่งภูมิภาคอาเซียน
ในการแข่งขันเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่จะขับเคลื่อนยุคของปัญญาประดิษฐ์ ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ แต่ทรงพลัง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์และเอไอที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของความเปลี่ยนแปลงนี้คือกระแสเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจากบรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลก ที่ต่างพากันเลือกประเทศไทยเป็นฐานที่ตั้งสำหรับศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลของโลกดิจิทัล
ยักษ์ใหญ่แห่กันเข้ามาลงทุน

บริษัทกูเกิลได้ประกาศลงทุนราวหนึ่งพันล้านดอลลาร์พร้อมเปิดตัวศูนย์กลางคลาวด์ในกรุงเทพมหานครเมื่อต้นปี ขณะที่ไมโครซอฟท์ก็ทุ่มงบประมาณกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอในประเทศไทยภายในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
ด้านอเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือเอดับบลิวเอส ก็ประกาศแผนการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า ด้วยเม็ดเงินสูงถึงห้าพันล้านดอลลาร์ในระยะเวลาสิบห้าปี สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นระยะยาวของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่มีต่อศักยภาพของตลาดไทย
ความน่าสนใจอยู่ที่ตัวเลขในภาพรวม เพราะเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทยได้อนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์รวมมูลค่ากว่าห้าแสนสองหมื่นล้านบาท หรือราวหนึ่งหมื่นหกพันล้านดอลลาร์ จากทั้งหมดยี่สิบแปดโครงการ
เป้าหมายศูนย์กลางอาเซียน
เบื้องหลังกระแสการลงทุนนี้คือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของภาครัฐ ที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค และก้าวขึ้นมาแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่แข็งแกร่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ
ความพยายามดังกล่าวเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยมีการคาดการณ์ว่าภายในปีนี้ ประเทศไทยจะก้าวขึ้นแซงหน้าอินโดนีเซียในแง่ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ที่อยู่ในแผน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาค
พื้นที่ที่กลายเป็นศูนย์รวมของการก่อสร้างเหล่านี้คือเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งครอบคลุมสามจังหวัดทางตะวันออกของกรุงเทพฯ และได้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกลที่รองรับความต้องการมหาศาล
โอกาสและความท้าทาย
ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยซึ่งมีมูลค่าราวหนึ่งพันสี่ร้อยห้าสิบล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา ถูกคาดหมายว่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปแตะระดับกว่าหกพันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่สูงถึงเกือบยี่สิบแปดเปอร์เซ็นต์
อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ไม่อาจมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องความต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลของศูนย์ข้อมูล การจัดหาน้ำสำหรับระบบระบายความร้อน และความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะสูงเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่นี้
โดยสรุปแล้ว ปี 2026 กำลังกลายเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยวางรากฐานเพื่ออนาคตทางดิจิทัลของตนเอง และหากสามารถบริหารจัดการทั้งโอกาสและความท้าทายไปพร้อมกันได้ ประเทศก็มีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักด้านเอไอของภูมิภาคอาเซียนอย่างแท้จริง






